View Surplus on Themeforest, our latest WordPress Theme. Or call us at 1-800-WPEXPLORER-ROCKS.
Englishภาษาไทย

เกี่ยวกับเรา

เกี่ยวกับเรา

บริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ประกอบธุรกิจพลังงานอันดับต้นๆของเอเชียตะวันออก. โดยในส่วนของธุรกิจในประเทศไทย, บริษัทมีแผนลงทุนขยายธุรกิจค้าก๊าซ LPG โดยการเพิ่มจำนวนสถานีบริการก๊าซ LPG และโรงอัดบรรจุก๊าซ LPG รวมถึงการขยายธุรกิจขนส่งทางเรือโดยการซื้อเรือเพื่อใช้ในการขนส่งก๊าซ LPG เพิ่มขึ้น. ในส่วนของธุรกิจต่างประเทศนั้น, ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนซื้อธุรกิจคลังเก็บก๊าซ LPG และโรงบรรจุก๊าซ LPG เพื่อประกอบธุรกิจค้าก๊าซ LPG ในประเทศเวียดนาม, ประเทศจีน, ประเทศสิงคโปร์, และประเทศมาเลเซีย. โดยบริษัทยังคงมองหาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจค้าก๊าซ LPG ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกต่อไป.

ทั้งนี้, บริษัทยังคงมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังธุรกิจพลังงานอื่นๆด้วย, เช่น, โอกาสในการขยายธุรกิจพลังงาน LNG หรือ NGV, รวมถึงธุรกิจปิโตรเคมีอื่นๆ รวมถึงพลังงานอื่นๆด้วย.

บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด(มหาชน) ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2008.

โลโก้

กรรมการ

วิสัยทัศน์ & พันธกิจ

วิสัยทัศน์

กลุ่มบริษัทสยามแก๊ส มุ่งเน้นที่จะเป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจพลังงานระดับภูมิภาค.

พันธกิจ

บริษัทมีข้อได้เปรียบและมีความพร้อมเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ, เช่น, การเจริญเติบโตของตลาดและการปล่อยราคาก๊าซลอยตัวในอนาคต. ในส่วนของการสร้างข้อได้เปรียบทางธุรกิจ, บริษัทได้พัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจต้นน้ำ (Upstream) และการสร้างเครือข่ายในการกระจายสินค้า และบริการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในระดับประเทศและการขยายธุรกิจไปยังประเทศใกล้เคียง. โดยการพัฒนาดังกล่าว, บริษัทได้มุ่งเน้นในส่วนสำคัญต่างๆ ดังนี้

• วางแผนการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ (Facilities), คลังเก็บก๊าซ, โรงบรรจุก๊าซ และสถานีบริการก๊าซ รวมถึงเรือบรรทุกก๊าซและรถบรรทุกก๊าซต่างๆ.

• พัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานให้ประสบผลสำเร็จ มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย.

• ให้ความสำคัญต่อนโยบายด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์, การให้บริการ รวมถึงการการปฏิบัติภายในองค์กร.

• มุ่งเน้นความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนด้วยการจัดสรรผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นเลิศ, โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย, ความสะดวก ในราคาประหยัดและเป็นธรรม.

• ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาล และต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ, ให้ความสำคัญต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม, รวมทั้งมีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน ตลอดจนผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย.

วิสัยทัศน์

ประวัติบริษัท

บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด(มหาชน), เดิมชื่อบริษัท วีเอสพีพี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด, จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2001 ด้วยทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 500,000 บาท, มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว ("ก๊าซ LPG") ภายใต้เครื่องหมายการค้า "สยามแก๊ส". ซึ่งบริษัทได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนค้าต่างของบริษัท อุตสาหกรรมแก๊สสยาม จำกัด (“SGI”) ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง, พ.ศ.2543. ในขณะนั้น, กลุ่มวีรบวรพงศ์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน SGI. อย่างไรก็ตาม, กลุ่มวีรบวรพงศ์ได้ขายหุ้น SGI ทั้งจำนวนให้แก่บุคคลภายนอกแล้ว เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2006. บริษัทเริ่มประกอบธุรกิจจากธุรกิจสถานีบริการก๊าซ LPG, ก่อนที่จะขยายการประกอบธุรกิจไปสู่การประกอบธุรกิจโรงบรรจุก๊าซ LPG.

บริษัทได้ปรับโครงสร้างทางธุรกิจของบริษัท โดยการขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจไปสู่การค้าก๊าซ LPG และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมประเภทอื่น, รวมทั้งธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั้งทางรถยนต์และทางเรือ. บริษัทได้เริ่มขยายการลงทุน, ในวันที่ 27 ธันวาคม 2004, บริษัทได้เข้าซื้อบริษัท ยูนิคแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมิคัลส์ จำกัด (มหาชน) (“UGP”), ซึ่งประกอบธุรกิจค้าก๊าซ LPG, แอมโมเนีย, และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่นๆ. เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2005, บริษัทลงทุนในบริษัท ลัคกี้ แคร์ริเออร์ จำกัด (“LCR”) ซึ่งประกอบธุรกิจขนส่งน้ำมันและก๊าซ LPG ทางรถยนต์ . หลังจากนั้น, ในวันที่ 1 กันยายน 2005, บริษัทได้ซื้อสินทรัพย์หลักที่ใช้ในการประกอบธุรกิจค้าก๊าซ LPG จาก SGI ได้แก่ ที่ดิน, สิทธิการเช่า, อาคารและสิ่งปลูกสร้าง, อุปกรณ์, เครื่องมือ, ถังก๊าซ LPG, คลังเก็บก๊าซ LPG, เครื่องหมายการค้า, และสิทธิบัตร เป็นต้น.

ในปี 2005, บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน), และได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ค้าน้ำมันตามาตรา 7 ที่ประกอบธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว, แอมโมเนีย, และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่น ภายใต้เครื่องหมายการค้า "สยามแก๊ส" และ "ยูนิคแก๊ส", และประกอบธุรกิจขนส่งก๊าซ LPG และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่น. โดยมีบริษัทย่อยในกลุ่มรวมทั้งสิ้น 8 ได้แก่ บริษัทที่บริษัทถือหุ้นทางตรง คือ บริษัท ยูนิคแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมิคัลส์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ลัคกี้ แคร์ริเออร์ จำกัด และบริษัทที่บริษัทถือหุ้นทางอ้อมผ่านทางบริษัทย่อยของบริษัทอีกจำนวน 6 บริษัท คือ บริษัท ลัคกี้ มารีน จำกัด, บริษัท เคมีคัลส์แก๊ส ขนส่ง จำกัด, บริษัท ยูนิค มารีน จำกัด, บริษัท ยูนิคแก๊ส เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท ยูนิคแก๊ส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, และบริษัท ยูนิคแก๊ส แคร์ริเออร์ จำกัด.

ในปี 2008, บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, และเริ่มทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท
ภายใต้ชื่อ “SGP” เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2008, และได้มีพัฒนาการที่สำคัญ ดังนี้

• บริษัทได้จัดตั้งบริษัท สยาม ควอลิตี้ สตีล จำกัด (“SQS”) ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 70 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2008 เพื่อซื้อสินทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายถังก๊าซ LPG ของบริษัท ถังเหล็กสากล จำกัด จากบริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท จำกัด ในราคา 123.30 ล้านบาท.

• บริษัทซื้อหุ้นสามัญของบริษัท สยาม เอทานอล เอ็กซ์ปอร์ท จำกัด (“SEEC”) จำนวน 28 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท รวมเป็นเงิน 280 ล้านบาท จากบริษัท ราชบุรีพลังงาน จำกัด บริษัท วีวอง คอร์ปอเรชั่น จำกัด, และ. นายกฤตพงษ์ พัชรภิญญโญพงศ์ ซึ่งไม่ใช่บุคคลเกี่ยวโยงกับบริษัท . ที่ผ่านมา ดังนั้นจึง, บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในสัดส่วน 70% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วของ SEEC เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2008.

• บริษัทได้ซื้อที่ดิน เพื่อก่อสร้างท่าเรือขนส่งก๊าซ LPG คลังเก็บก๊าซ LPG และ โรงบรรจุก๊าซ LPG จากบริษัท ไทยเกรียงกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2008. โดยเป็นการซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ประกอบด้วย เนื้อที่ 89-3-40 ไร่, และอาคารที่ตั้งอยู่ เลขที่ 33 หมู่ที่ 4, ถนนสุขสวัสดิ์, ตำบลบางจาก, อำเภอพระประแดง, จังหวัดสมุทรปราการ.

• บริษัทได้จัดตั้ง SIAMGAS HK CO., LTD.(“SGHK”) , บริษัทย่อย, โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว , SGHK ได้จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2009. ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นบริษัทโฮลดิ้งและค้าขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม.

• บริษัทซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 100% ของ SUPERGAS COMPANY LIMITED “SUPERGAS” จาก SHANGHAI CROWN LIMITED เป็นเงินลงทุนจำนวน 11.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยบริษัทถือหุ้นทางตรงในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2010.

• บริษัทซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 100% ของ SHELL GAS (LPG) SINGAPORE PTE. LTD. (“SGLS”) จาก SHELL GAS (LPG) HOLDINGS B.V. เป็นเงินลงทุน. เวลา 15.0 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยบริษัทถือหุ้นทางตรงในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2010. และปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อจาก SHELL GAS (LPG) SINGAPORE PTE. LTD. เป็น SINGGAS (LPG) PTE LTD. “SINGGAS”. เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2010, บริษัทได้ขายหุ้นสัดส่วน 5% ให้กับ THOUSAND STAR CORPORATE LIMITED.

• บริษัทได้จัดตั้ง UNITED GAS & PETROCHEMICALS SDN.. BHD. ("UNITED") บริษัทย่อย โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว . โดย UNITED ได้จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศมาเลเซีย เมื่อไตรมาสที่ 3 ของปี 2010 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในประเทศมาเลเซีย . เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2013, ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติยกเลิก UNITED เนื่องจากปัจจุบันบริษัทย่อยดังกล่าวยังมิได้ดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้เกิดประโยชน์และความเหมาะสมในการบริหารจัดการ. ซึ่งการเลิก UNITED ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ.

• บริษัทได้จัดตั้งบริษัท สยามนทลิน จำกัด ร่วมกับบริษัท นทลิน จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้า โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 50% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว เมื่อไตรมาสที่ 3 ของปี 2010.

• บริษัทซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 100% ของส่วนได้เสียใน BP Zhuhai LPG จำกัด (BPZH) เป็นเจ้าของหุ้นทั้งหมดโดย SHINE Top International Investment Limited (“SHINE TOP”) (49%) และความดันโลหิตทั่วโลก Investments Limited (BP GLOBAL) (51%) ที่ 101.0 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยผ่าน SGHK บริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2010, และได้ทำการโอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2010. และปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อจาก BP ZHUHAI (LPG) LIMITED (“BPZH”) เป็น SINO SIAM GAS AND PETROCHEMICALS CO., LTD.(“SINOSIAM”). โดย SINOSIAM จดทะเบียนนิติบุคคลในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลวครบวงจร ประกอบด้วยคลังสินค้า, ท่าเรือที่ใช้รับแก๊สในการนำเข้าและส่งออก, ท่าเรือที่สามารถให้บริการผ่านท่า, รวมถึงการกระจายสินค้าด้วยเรือ, รถบรรทุกก๊าซ, และโรงบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวเพื่อลงถังบรรจุแก๊ส.

• บริษัทซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 100% ของ CHEVRON OCEAN GAS & ENERGY LTD. (“COGEL”) & จาก CHEVRON CHINA LTD. โดยผ่าน SIAMGAS HK COMPANY LIMITED ("SGHK"), บริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว เป็นเงินลงทุน, เวลา 51.0 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยได้วางเงินมัดจำไว้แล้วเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2009, อย่างไรก็ตาม, ได้ทำการโอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2011. ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อจาก CHEVRON OCEAN GAS & ENERGY LTD. เป็น SIAM OCEAN GAS AND ENERGY CO., LTD.(“SOGEL”). โดย SOGEL
จดทะเบียนนิติบุคคลในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลวครบวงจร ประกอบด้วยคลังสินค้า, ท่าเรือที่ใช้รับแก๊สในการนำเข้าและส่งออก, ท่าเรือที่สามารถให้บริการผ่านท่า, รวมถึงการกระจายสินค้าด้วยเรือและรถบรรทุกก๊าซ.

• บริษัทได้จัดตั้ง SIAM GAS TRADING PTE. LTD. (“SGT”) บริษัทย่อย โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว. โดย SGT ได้จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2012 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและส่งออกแก๊สปิโตรเลียมเหลวไปยังประเทศต่างๆในภูมิภาค. และได้เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่มกราคม 2013.

• บริษัทได้ทำการควบรวมธุรกิจขนส่งทางเรือจำนวน 5 บริษัท ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัท บริษัท ลัคกี้ มารีน จำกัด, บริษัท ยูนิคแก๊ส เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท ยูนิคแก๊ส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, และ บริษัท ยูนิคแก๊ส แคร์ริเออร์ จำกัด เป็น บริษัท สยามลัคกี้มารีน จำกัด โดยปัจจุบันบริษัทถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัทย่อยในสัดส่วน 99.99% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2011.

• บริษัทได้ออกจำหน่ายหุ้นกู้แบบไม่ด้อยสิทธิ, ไม่มีหลักประกันและมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ มูลค่าหุ้นกู้รวม 4,500.0 ล้านบาท เมื่อวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2012 โดยในการออกจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ยืม และเพื่อเป็นการปลดหลักประกันทั้งหมดที่บริษัทมีกับสถาบันทางการเงิน.

• บริษัทได้จัดตั้งบริษัท สยามสุขสวัสดิ์, จำกัด. บริษัทย่อย เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2012 โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 99.99% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการท่าเรือคอนเทนเนอร์.

• บริษัทได้มีการลดทุนจดทะเบียนจากหุ้นสามัญที่ซื้อคืนจำนวน 31,068,500 ของทุนจดทะเบียน. โดยโครงการซื้อหุ้นคืนมีกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืนวันที่ 3 สิงหาคม 2009 ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2010 และกำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2010 ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2013. ตามกฎกระทรวงที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยเรื่อง "กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการซื้อหุ้นคืน, การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน, และการตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท พ.ศ.. 2544", ที่ระบุไว้ว่าภายหลังครบกำหนดระยะเวลาให้ทำการจำหน่ายคืนภายใน 3 ปี, หากบริษัทจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนมาไม่หมดหรือยังมิได้จำหน่าย, บริษัทจะต้องดำเนินการลดทุนที่ชำระแล้ว โดยวิธีการตัดหุ้นจดทะเบียนที่ซื้อคืนและยังมิได้จำหน่าย. ที่ผ่านมา ดังนั้นจึง, บริษัทจึงได้มีมติอนุมัติในการลดทุนจดทะเบียนจำนวน 31,068,500 หุ้น เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2013 จากจำนวนหุ้นสามัญ 950,000,000 หุ้น เป็น 918,931,500 ของทุนจดทะเบียน. ซึ่งได้ดำเนินการจดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2013.

• บริษัทซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 79.64% ของ Shell Gas Hai Phong Limited (“SGH”) เป็นเงินลงทุนจำนวน 0.3 ล้านเหรียญสหรัฐจาก Shell Gas (LPG) Holding B.V. ซึ่งได้วางเงินมัดจำไว้แล้วเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2012 และได้ทำการโอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2013. และได้ทำการเปลีย่นชื่อเป็น "City Gas North Company Limited" ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลวในประเทศเวียดนาม.

• บริษัทซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 100% ของ Shell Gas (LPG) Vietnam Limited จาก Shell Gas (LPG) Holding B.V. เวลา 0.1 ล้านเหรียญสหรัฐ. ซึ่งได้วางเงินมัดจำไว้แล้วเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2012 และได้ทำการโอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2013. และได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น “CITYGAS COMPANY LIMITED” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายธุรกิจแก๊สปิโตรเลียมเหลวในประเทศเวียดนาม.

• บริษัทได้ซื้อสินทรัพย์และธุรกิจแก๊สปิโตรเลียมเหลวของ SHELL TIMUR SDN.. BHD. (“STSB”) ใน EAST MALAYSIA เป็นจำนวนเงินลงทุนจำนวน 10.0 ล้านเหรียญริงกิตมาเลเซีย โดยผ่าน MYGAZ SDN.. BHD. (“MYGAZ”). MYGAZ เป็นบริษัทย่อยทางตรงที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 70% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว โดย MYGAZ ได้จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศมาเลเซีย. ซึ่งได้วางเงินมัดจำไว้แล้วเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2012. และได้ทำการโอนสินทรัพย์และธุรกิจแก๊สปิโตรเลียมเหลวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจแก๊สปิโตรเลียมเหลวในประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2013.

• บริษัทได้ออกจำหน่ายหุ้นกู้แบบไม่ด้อยสิทธิ, ไม่มีหลักประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ มูลค่าหุ้นกู้รวม 1,300 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27-29 มกราคม 2014 โดยในการออกจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจและขยายธุรกิจของบริษัท รวมไปถึงนำไป REFINANCING.

• บริษัทได้ออกจำหน่ายหุ้นกู้แบบไม่ด้อยสิทธิ, ไม่มีหลักประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ มูลค่าหุ้นกู้รวม 2,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26-29 มกราคม 2015 โดยในการออกจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจและขยายธุรกิจของบริษัท รวมไปถึงนำไป REFINANCING.

• บริษัทได้มีการควบรวมกิจการของบริษัทย่อยจำนวน 2 บริษัท, SUPERGAS CO., , LTD. (“SGV”) และ CITYGAS CO., , LTD. (“CGV”), ในประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2015, และดำเนินธุรกิจในนามของ SGV ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนาม. อย่างไรก็ตาม, สินทรัพย์, หนี้สิน สิทธิ และภาระผูกพันของ CGV ทั้งหมดได้มีการโอนไปยัง SGV ทั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการควบรวมกิจการของบริษัทจำกัดในประเทศเวียดนาม.

• บริษัทได้จัดตั้ง SIAMGAS MYANMAR CONSORTIUM PTE. , LTD. (“SGM”) บริษัทย่อย เป็นเงินลงทุนจำนวน 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 2,566 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 25.66 บาท เท่ากับ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์). โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว. โดย SGM ได้จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2015 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company).

• บริษัทได้มีการจัดตั้งบริษัทย่อย คือ FAR EAST PETROLEUM SDN. BHD. (“FAR EAST”) โดยมีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 400,000 ริงกิตมาเลเซีย และบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียน เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2015. เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2015, บริษัทได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วของ FAR EAST จาก 400,000 ริงกิตมาเลเซีย เป็น 10,000,000 ริงกิตมาเลเซีย โดยบริษัทมีแผนที่จะลงทุนดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และคลังเก็บในประเทศมาเลเซีย. อย่างไรก็ตามในการเพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วในครั้งนี้ FAR EAST มีผู้ร่วมลงทุนคือ NAS GAS SDN. BHD. (“NAS GAS”), ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท, โดย NAS GAS เข้าร่วมลงทุนใน FAR EAST ในสัดส่วน 30% ของทุนชำระแล้ว, เท่ากับ 3,000,000 ริงกิตมาเลเซีย หรือเท่ากับ 25,380,000 บาท. ดังนั้น, ดังนั้นในการเพิ่มทุนจดทะเบียนในครั้งนี้ บริษัททำการเพิ่มทุนจดทะเบียนและชำระแล้วตามสัดส่วน 70% เท่ากับ 7,000,000 ริงกิตมาเลเซีย หรือเท่ากับ 59,220,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 ริงกิตมาเลเซียเท่ากับ 8.46 บาท). และการร่วมทุนนี้จัดเป็นการลงทุนในกิจการร่วมค้า (ตามข้อตกลงร่วมค้า).

• บริษัทได้ออกจำหน่ายหุ้นกู้แบบไม่ด้อยสิทธิ, ไม่มีหลักประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ มูลค่าหุ้นกู้รวม 3,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28-29 มกราคม 2016 สำหรับผู้จองซื้อซึ่งเป็นผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นกู้ชุด SGP162A และวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2559 สำหรับผู้จองซื้อซึ่งเป็นผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนทั่วไปโดยในการออกจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจและขยายธุรกิจของบริษัท รวมไปถึงนำไปชำระคืนหุ้นกู้เดิม.

• บริษัทได้จัดตั้ง SIAMGAS POWER PTE. , LTD. (“SPW”), บริษัทย่อย โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว เป็นเงินลงทุนจำนวน 24 ล้านเหรียญสหรัฐ, หรือประมาณ 844.08 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 35.17 บาท). โดย SPW ได้จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2016 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถือหุ้นในธุรกิจพลังงานไฟฟ้า (Holding Company).

• บริษัทเข้าซื้อเงินลงทุนสัดส่วน 30% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว ในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ขนาด 230 เมกะวัตต์ในประเทศเมียนมาร์ โดยการเข้าลงทุนครั้งนี้มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 48 ล้านเหรียญ. สหรัฐ, หรือประมาณ 1,688.16 ล้านบาท คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 15 ก.ค. 2016 ในอัตรา 1 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 35.17 บาท), โดยให้ SIAM GAS POWER PTE. , LTD. (“SPW”), (บริษัทย่อยที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสิงคโปร์ และบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียน), เป็นผู้เข้าลงทุน. โดยมีการลงนามในสัญญาจะซื้อจะขายหุ้น (Sales and Purchase Agreement) เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2016.

• บริษัทได้จัดตั้ง SIAMGAS GLOBAL INVESTMENT PTE. , LTD. (“SGB”), บริษัทย่อย, โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว เป็นเงินลงทุนจำนวน 1 ดอลลาร์สิงคโปร์, หรือประมาณ 26.34 บาท (อัตรา แลกเปลี่ยนที่ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ เท่ากับ 26.34 บาท). โดย SGB ได้จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2016 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company).

ภาพรวมธุรกิจ

ก๊าซปิโตรเลียมเหลว

สยามแก๊สฯ ดำเนินธุรกิจค้าแก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG) และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง. มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจค้าแก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG) มากกว่า 40 ปี. ทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทฯ มีฐานธุรกิจในประเทศไทย, ประเทศสิงคโปร์, ประเทศเวียดนาม, ประเทศจีน และประเทศมาเลเซีย.

 

ธุรกิจในประเทศไทย

บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด(มหาชน) (“SGP”)

สยามแก๊สเป็นหนึ่งในผู้นำในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก๊าซปิโตรเลียมเหลวภายในประเทศ โดยดำเนินธุรกิจภายใต้เครื่องหมายการค้า "สยามแก๊ส". จัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวไปยังช่องทางการจัดจำหน่ายทั้ง 3 ช่องทางดังนี้ 1. ก๊าซหุงต้ม – จัดจำหน่ายเป็นถังแก๊สขนาด 4 กิโลกรัม. 15 กิโลกรัม. และต้อง 48 กิโลกรัม. ไปยังผู้บริโภคตามบ้านเรือนและอุตสาหกรรมขนาดเล็ก. 2. ก๊าซรถยนต์ จัดจำหน่ายในรูปแบบของสถานีบริการแก๊ส. 3. ก๊าซอุตสาหกรรม จัดจำหน่ายในรูปแบบเบ้าท์ สำหรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่.

บริษัท ยูนิคแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมิคัลส์ จำกัด(มหาชน) (“UGP”)

UGP ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 1982, ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท และทุนเรียกชำระแล้ว จำนวน 105 ล้านบาท. โดยมี SGP เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 99.51 % ของทุนที่เรียกชำระแล้ว. UGP ประกอบธุรกิจค้าก๊าซ LPG, แอมโมเนีย, และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่น โดยดำเนินการบรรจุและจำหน่ายก๊าซ LPG แอมโมเนีย และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่น ได้แก่ บิวเทน, โพรเพน, และโพรเพลแลนท์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ยูนิคแก๊ส”, ซึ่ง UGP ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 6 แห่งพระราช บัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2521 (เทียบเท่าใบอนุญาตให้เป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง, พ.ศ.. 2543.
(สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ UGP ที่ www.uniquegas.co.th)
 

ประเทศไทย 2
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

ธุรกิจในต่างประเทศ

ประเทศสิงคโปร์ >>>

SINGGAS (LPG) PTE. , LTD. (“SINGGAS”)

SINGGAS, จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ วัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจจำหน่ายแก๊ส ปิโตรเลียมเหลว. เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2010, SGP ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนจาก SHELL GAS (LPG) HOLDINGS B.V., จากนั้นได้ขายหุ้นสามัญบางส่วนของ SINGGAS ในสัดส่วน 5% ของทุนจดทะเบียนให้แก่บุคคลภายนอก เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2010.
(สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ SINGGAS ที่ www.singgas.com.sg)

SingGas 2

SingGas 1

 

SIAM GAS TRADING PTE. , LTD. (“SGT”)

SGT เป็นบริษัทย่อยที่ SGP ถือหุ้นในสัดส่วน 100% จดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศสิงคโปร์ โดยมีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 500,000 เหรียญสิงคโปร์. SGT ดำเนินธุรกิจค้าส่งขนาดใหญ่ โดยการจำหน่ายก๊าซ LPG ของ SGT เป็นการจำหน่ายในลักษณะเป็นลำเรือ ซึ่งมีจุดกระจายสินค้าหลัก 3 แห่ง ประกอบด้วยคลังที่ประเทศจีน 2 แห่ง และคลังลอยน้ำที่ประเทศสิงคโปร์ 1 แห่ง.

จีที 1

จีที 2

 

ประเทศเวียดนาม >>>

SUPERGAS COMPANY LIMITED (“SUPERGAS”)

SUPERGAS เป็นบริษัทย่อยที่ SGP ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียน. SUPERGAS จดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนาม. SGP ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนจาก SHANGHAI CROWN LIMITED เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2010. เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2015 SUPERGAS CO., , LTD. (“SGV”) และ CITYGAS CO., , LTD. (“CGV”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SGP. ได้มีการควบรวมกิจการและดำเนินธุรกิจในนามของ SUPERGAS. การควบรวมกิจการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของการดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนาม โดย, สินทรัพย์, หนี้สิน สิทธิ และภาระผูกพันของ CGV ทั้งหมดได้มีการโอนไปยัง SUPERGAS ทั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยการควบรวมกิจการของบริษัทจำกัดในประเทศเวียดนาม. โดยภายหลังการควบรวมกิจการ, ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนของ SUPERGAS เท่ากับ 425.50 ล้านบาท.

CITYGAS NORTH COMPANY LIMITED (“CITYGAS NORTH”)

CITYGAS NORTH เป็นบริษัทร่วมค้าที่ SGP ถือหุ้นในสัดส่วน 79.6% ของทุนจดทะเบียน และจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศเวียดนาม วัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจจำหน่ายแก๊สปิโตรเลียมเหลว โดยปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 149.90 ล้านบาท. โดย SGP ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของ SHELL GAS HAIPHONG LIMITED จาก SHELL GAS (LPG) HOLDINGS B.V. เวลา 0.3 ล้านเหรียญสหรัฐ และได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2013. โดยภายหลัง, ได้ทำการเปลี่ยนชื่อจาก “SHELL GAS HAIPHONG LIMITED” เป็น “CITYGAS NORTH COMPANY LIMITED”.

รถบรรทุก

รถบรรทุก

 

ประเทศจีน >>>

SINOSIAMGAS AND PETROCHEMICALS LIMITED (“SINOSIAM”)

SINOSIAM เป็นบริษัทย่อยทางอ้อมที่ SGP ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียน. วัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมครบวงจรในประเทศจีน. ประกอบด้วยคลังสินค้า, และท่าเรือที่ใช้รับแก๊สในการนำเข้า, ส่งออก, และท่าเรือที่สามารถให้บริการผ่านท่า, รวมถึงการกระจายสินค้าด้วยเรือ รถบรรทุกก๊าซ, และโรงบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวเพื่อบรรจุลงถังบรรจุก๊าซ. SGP ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนของ BP Zhuhai Limited เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2010, และได้เริ่มดำเนินธุรกิจค้าก๊าซแอลพีจีภายใต้ชื่อ SINOSIAM.

ภาชนะบรรจุก๊าซ

น้ำมันพืช

 

SIAM OCEAN GAS & ENERGY LIMITED (“SOGEL”)

SOGEL เป็นบริษัทย่อยทางอ้อมที่ SGP ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนและจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศจีน. SOGEL วัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมครบวงจรในประเทศจีน. ประกอบด้วยคลังสินค้า, และท่าเรือที่ใช้รับแก๊สในการนำเข้า, ส่งออก, และท่าเรือที่สามารถให้บริการผ่านท่า, รวมถึงการกระจายสินค้าด้วยเรือ รถบรรทุกก๊าซ, SGP ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนของ Chevron Ocean Gas & Energy Limited เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2011.

 

Sogel 1

Sogel 2

 

ประเทศมาเลเซีย >>>

MYGAZ SDN. BHD. (“MYGAZ”)

MYGAZ เป็นบริษัทย่อยทางตรงที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 70.0% ของทุนจดทะเบียน และจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศมาเลเซีย วัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยมีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 12.0 ล้านเหรียญริงกิตมาเลเซีย. โดย MYGAZ ได้ทำรายการซื้อสินทรัพย์และธุรกิจแก๊สปิโตรเลียมเหลวของ SHELL TIMUR SDN. BHD. (“STSB”) ใน EAST MALAYSIA เป็นจำนวนเงินลงทุนจำนวน 10.0 ล้านเหรียญริงกิตมาเลเซีย. ซึ่งได้วางเงินมัดจำไว้แล้วเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2012 และได้ทำการโอนสินทรัพย์และธุรกิจแก๊สปิโตรเลียมเหลวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2013.

LOGISTIC

SGP ดำเนินในที่ดินและทางทะเลการขนส่งของแอลพีจีและแอมโมเนียภายใต้ บริษัท ย่อยสองแห่งซึ่งเป็นลัคกี้แคร์ จำกัด, จำกัด. (“LCR”) and Siam Lucky Marine Co., จำกัด. (“SLM”). บริษัท ทั้งสองได้จดทะเบียนตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง, พ.ศ.. 2543 และนำไปใช้สำหรับน้ำมันและแอลพีจีขนส่งใบอนุญาตตามมาตรา 13 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง, พ.ศ.. 2521 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง, (No. 2พ.ศ.. 2522 โดยกรมทะเบียนการค้า. SGP ตั้ง บริษัท ย่อยเพื่อดำเนินธุรกิจขนส่งเพื่อสนับสนุนธุรกิจหลักของ SGP. นี้จะทำให้ธุรกิจคล่องตัวมากที่สุด.

 

LAND TRANSPORTATION

LUCKY CARRIER COMPANY LIMITED (“LCR”)

ลัคกี้แคร์ จำกัด, จำกัด. จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1991 กับ SGP เป็นสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 99.99% ของทุนชำระแล้ว. LCR จดทะเบียนตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง, พ.ศ.. 2543 และดำเนินงานแอลพีจีและการขนส่งน้ำมันโดยบรรทุกบนท้องถนน. ปัจจุบัน, กองทัพเรือประกอบด้วย 28 บรรทุกถนนน้ำมันที่มีความจุรวมของ 948,000 ลิตร , 280 แอลพีจีบรรทุกถนนที่มีกำลังการผลิตรวม 3,143 ตัน, และสองบรรทุกถนนสำหรับผลิตภัณฑ์เคมีอื่น ๆ ที่มีกำลังการผลิตรวม 68,000 ลิตร. LCR ให้บริการขนส่งทั่วประเทศ.

Roadtankers_GreenStrip_01 COPY1

Tanker_Fleet_01

 

MARINE TRANSPORTATION

SIAM LUCKY MARINE COMPANY LIMITED (“SLM”)

SLM เป็น บริษัท ย่อยของ SGP กับ SGP ถือโดยตรง 45.9% และถือโดยอ้อมผ่าน LCR และ UGP 39.4% และต้อง 14.7% ตามลำดับ. SLM ดำเนินการขนส่งทางทะเลของปิโตรเลียมและแอลพีจีในประเทศไทยและต่างประเทศ, และมีใบอนุญาตสำหรับแอลพีจีและการขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง, พ.ศ.. 2543. ปัจจุบัน, SLM มี 20 LPG เรือบรรทุกที่มีน้ำหนักรวมของ 116,553 ตัน, และต้อง 3 เรือรถบรรทุกแอมโมเนียที่มีน้ำหนักรวมของ 2,573 ตัน.

Pat15_Left_02_resize

P1040383

ผู้ผลิตแอลพีจีถัง

SGP ดำเนินธุรกิจผลิตถังแอลพีจีผ่าน บริษัท ย่อยโดยตรงสยามควอลิตี้สตีล จำกัด, จำกัด. (“SQS”). SGP ตั้งค่า SQS เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตถังเพื่อสนับสนุนธุรกิจหลักของ SGP. นี้จะทำให้ธุรกิจคล่องตัวมากที่สุด.

 

SIAM QUALITY STEEL COMPANY LIMITED (“SQS”)

SQS เป็น บริษัท ย่อยโดยตรงกับ SGP ถือ 99.99% ของทุนชำระแล้ว. SQS ดำเนินผู้ผลิตถังแอลพีจีรวมแอลพีจีถังสำหรับการปรุงอาหารและการใช้แอลพีจีสำหรับรถยนต์กระป๋อง. ลูกค้าหลักของ SQS มี SGP UGP และ บริษัท อื่น ๆ ในกลุ่มสยามแก๊สในประเทศและต่างประเทศ.
(For more information please visit SQS website at www.siamqualitysteel.co.th)

P1010166_resize

P1010189_resize,en

โครงสร้างองค์กร

โครงสร้างบริษัท

โครงสร้างการจัดการ

โครงสร้างการจัดการ

แผนภูมิ MM

ในวรวิทย์

นายวรวิทย์ วีรบวรพงศ์ (72 ปี)

ประธานกรรมการ / ประธานกรรมการบริหาร

ประวัติการศึกษา :

• ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

• ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

การอบรมบทบาทหน้าที่กรรมการ :

• ประกาศนียบัตรสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD)

• หลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP)

 

ในพัชรา

นางพัชรา วีรบวรพงศ์ (68 ปี)

กรรมการ / กรรมการบริหาร

ประวัติการศึกษา :

• มัธยมศึกษาตอนปลาย

การอบรมบทบาทหน้าที่กรรมการ :

• ประกาศนียบัตรสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD)

• หลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP)

 

ศุภชัย W

นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ (44 ปี)

กรรมการ / กรรมการผู้จัดการ

ประวัติการศึกษา :

• M.B.A. SasinGraduate Institude of Chulalongkorn University

• B.S. Civil Engineering Michigan State University, U.S.A.

การอบรมบทบาทหน้าที่กรรมการ :

• ประกาศนียบัตรสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD)

• หลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP)

 

ศุภชัย W

นางสาวพัชราวดี วีรบวรพงศ์ (29 ปี)

กรรมการ / กรรมการบริหาร

ประวัติการศึกษา :

• M.A. Business Management , Regents Business School London

• B.S.C. Applied Business Management, Imperial College London

การอบรมบทบาทหน้าที่กรรมการ :

• ประกาศนียบัตรสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD)

• หลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP)

 

สมชาย K

นายสมชาย กอประสพสุข (55 ปี)

กรรมการ

ประวัติการศึกษา :

• บริหารธุรกิจบัณฑิต มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

การอบรมบทบาทหน้าที่กรรมการ :

• ประกาศนียบัตรสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD)

• หลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP)

 

ผู้ชาย K

นายวิโรจน์ คลังบุญครอง (73 ปี)

กรรมการอิสระ / ประธานกรรมการตรวจสอบ

ประวัติการศึกษา :

• วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

• MBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

• Mechanical Engineering of Asian Institute of Technology (AIT)

การอบรมบทบาทหน้าที่กรรมการ :

• ประกาศนียบัตรสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD)

• หลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP)

 

หานซี

นายหาญ เชี่ยวชาญ (72 ปี)

กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ

ประวัติการศึกษา :

• นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

• ปริญญาบัตรภาครัฐร่วมเอกชน รุ่น 6 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

การอบรมบทบาทหน้าที่กรรมการ :

• ประกาศนียบัตรสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD)

• หลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP)

 

สุดจิต D

นางสุดจิต ทิวารี (70 ปี)

กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ

ประวัติการศึกษา :

• บัญชีบัณฑิต คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

• บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

• MBA State University of California at Fresno, U.S.A.

การอบรมบทบาทหน้าที่กรรมการ :

• ประกาศนียบัตรสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD)

• หลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP)

• หลักสูตร Directors Certificate Program (DCP)

• หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)

 

นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

ห้ามกรรมการ, ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทเรียกร้อง, นำเสนอให้ และดำเนินการใดๆ หรือยอมรับการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ, ทั้งทางตรง และทางอ้อม โดยครอบคลุมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง. บริษัทได้กำหนดขั้นตอนเพื่อต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นและให้มีการสอบทานขั้นตอนการปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นนี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ, กฎหมาย, นโยบาย, ระเบียบ, ประกาศ, ข้อบังคับ และรักษาชื่อเสียงของบริษัท. โดยกรรมการ, ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้โดยทั่วกัน ดังนี้

  1. กรรมการ, ผู้บริหาร และพนักงานบริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ทั้งการทำธุรกรรมกับภาครัฐและเอกชนหรือบุคคลใดก็ตาม.
  2. กรรมการและฝ่ายบริหารบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการเผยแพร่ ให้ความรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น, รวมถึงข้อกฎหมายของประเทศไทยกับบุคคลอื่นที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท.
  3. กรรมการ, ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นและคู่มือจริยธรรมธุรกิจอย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม.
  4. บริษัทกําหนดนโยบายในกิจกรรมต่างๆ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น ให้กรรมการ, ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนปฏิบัติดังต่อไปนี้
    1. การช่วยเหลือทางการเมือง. บริษัทมีนโยบายไม่ให้การช่วยเหลือทางการเมือง หรือมีนโยบายเป็นกลางทางการเมือง และไม่ฝักใฝ่พรรคการเมืองใดหรือกลุ่มการเมืองใด. โดยจะไม่ให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งพรรคใด และจะไม่ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้สมัครรับการเลือกตั้งทางการเมืองคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม.
    2. การบริจาคเพื่อการกุศลและการให้เงินสนับสนุน มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาสังคม, เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม เพื่อสร้างชื่อเสียงของบริษัท และกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจ. บริษัทมีนโยบายที่จะควบคุมดูแลการบริจาคให้การกุศลและการให้เงินสนับสนุนให้มีความโปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย, ไม่ถูกนําไปใช้เป็นช่องทางการทุจริตคอร์รัปชั่น. โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติ, ที่ชัดเจน, รัดกุมและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถสอบทานเอกสารหลักฐานต่างๆได้.
    3. การให้หรือรับของขวัญ และการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ แก่บุคคลหรือหน่วยงานทั้งของภาครัฐและเอกชนต้องเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติอย่างถูกต้อง โปร่งใส. ไม่ได้เป็นไปเพื่อคาดหวังผลประโยชน์ หรือสิ่งอื่นใดเป็นการตอบแทนที่อาจพิจารณาได้ว่าเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น. ทั้งนี้การขออนุมัติและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติในเรื่องการรับหรือให้ของขวัญ และการเลี้ยงรับรองที่กำหนดไว้.
    4. บริษัทต้องไม่จ่ายและไม่รับเงินค่าอํานวยความสะดวก ค่าสินบน ในการดําเนินการทางธุรกิจที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นโดยผ่านบุคคลที่ทําหน้าที่แทนบริษัท, ที่ปรึกษา, นายหน้า, คู่สัญญา, คู่ค้า หรือตัวกลาง ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัท.
    5. บริษัทจัดให้มีระเบียบการเบิกจ่ายเงิน, ของขวัญ หรือทรัพย์สินไว้โดยกำหนดวงเงินและหลักเกณฑ์อำนาจอนุมัติ ซึ่งจะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนประกอบการเบิกจ่าย, ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการเบิกจ่ายเงิน ของขวัญ หรือทรัพย์สินดังกล่าวไม่ได้กระทำไปเพื่อการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยกำหนดให้ต้องมีการตรวจสอบข้อมูล. และรายละเอียดเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้.
    6. การขายและการตลาด. บริษัทจัดให้มีกระบวนการตรวจสอบงานขาย งานการตลาด เพื่อควบคุมให้การดำเนินงานขายและการตลาดเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส ไม่ก่อให้เกิดช่องทางการทุจริตคอร์รัปชั่น.
    7. การจัดซื้อ จัดจ้าง บริษัทจัดให้มีกระบวนการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง ให้มีความโปร่งใส, ซื่อสัตย์ ถูกต้องตามกฎหมาย และให้เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัท.
    8. การบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคล จะต้องจัดให้มีกระบวนการสรรหาบุคลากร, การเลื่อนตําแหน่ง, การฝึกอบรม, การประเมินผลการปฏิบัติงานที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทต่อนโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น.
  5. การนํานโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นไปสู่การปฏิบัติ
    1. สื่อสารนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นให้กรรมการ, ผู้บริหาร และพนักงาน รวมถึงเปิดเผยให้บุคคลผู้ทําหน้าที่แทนบริษัท, ที่ปรึกษา, นายหน้า, คู่สัญญา, คู่ค้า รวมถึงบริษัทย่อย, บริษัทร่วมและบริษัทอื่นที่บริษัทมีอำนาจในการควบคุม เพื่อนําไปปฏิบัติผ่านช่องทางที่กําหนด.
    2. จัดให้มีกระบวนการจัดทํารายงานทางการเงินที่โปร่งใส ถูกต้อง และจัดให้มีกระบวนการประเมินความเสี่ยงการทุจริตคอร์รัปชั่นนี้เป็นส่วนหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงขององค์กร. นอกจากนี้, กำหนดระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม.
    3. จัดให้มีช่องทางที่ปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้เพื่อให้พนักงานและบุคคลอื่นๆ ขอคําแนะนําเกี่ยวกับการปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น และแจ้งเบาะแสการกระทําผิดหรือร้องเรียน โดยมั่นใจได้ว่าผู้แจ้งจะได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม.
    4. พนักงานบริษัทไม่พึงละเลยหรือเพิกเฉยเมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัท. โดยแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนดและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ. หากมีข้อสงสัยหรือต้องการขอคำแนะนำ, สามารถกระทำได้โดยผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนดไว้.
    5. บริษัทจะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครอง โดยไม่ลดตำแหน่ง, ลงโทษ หรือให้ผลทางลบ ต่อพนักงานที่ปฏิเสธ แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับบริษัท. โดยใช้มาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส, ผู้ร้องเรียน หรือผู้ให้ความร่วมมือในการรายงานการทุจริตคอร์รัปชั่นตามที่ได้กำหนดไว้.
    6. ผู้ที่ฝ่าฝืนนโยบายหรือแนวทางปฏิบัติในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นของบริษัทจะต้องได้รับโทษทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทกำหนดไว้, ซึ่งรวมถึงการเลิกจ้างงาน, ในกรณีที่บริษัทเห็นว่าจำเป็น, และได้รับโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง.